โปรแกรมร้อยไหมเหนียง (Double Chin Lift)
คือการใช้ ไหมละลายเกรดการแพทย์ วัสดุ PDO (Polydioxanone) เพื่อจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ 2 รูปแบบตามความเหมาะสม ดังนี้
1. โปรแกรมร้อยไหมยกกระชับผิว (ไหมเส้นใหญ่ชนิดมีเงี่ยง)
• ลักษณะ: เป็นไหมเส้นใหญ่ที่มีเงี่ยงพิเศษ ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะและพยุงผิวโดยเฉพาะ
• การรักษา: ใช้จำนวนเส้นโดยประมาณ 2 – 6 เส้น (ขึ้นอยู่กับปริมาณความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล)
• ผลลัพธ์: เน้นการพยุงเนื้อเยื่อบริเวณ "ท้องคาง" ที่หย่อนคล้อยให้แลดูตึงกระชับขึ้น และช่วยให้กรอบหน้าแลดูชัดเจนมีมิติ
โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร?
1. ผู้ที่มีปัญหาผิวใต้คางหย่อนคล้อย: เช่น มีเหนียงชัดเจน หรือเนื้อบริเวณท้องคางห้อยย้อยตามแรงโน้มถ่วง
2. ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้า: ช่วยพยุงผิวให้กรอบหน้าแลดูคมชัด โดยไม่ต้องผ่าตัด
2. โปรแกรมร้อยไหมฟื้นฟูสภาพผิว (ไหมเส้นเล็กชนิดเรียบ)
• ลักษณะ: เป็นไหมเส้นเล็กชนิดเรียบ นิยมร้อยเป็นโครงข่ายบริเวณใต้ชั้นผิว
• การรักษา: ใช้จำนวนเส้นโดยประมาณ 20 – 50 เส้น (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล)
• ผลลัพธ์: เน้นการกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อให้ผิวบริเวณใต้คางแลดูแน่นกระชับและเรียบเนียนขึ้นจากภายใน
โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร?
1. ผู้ที่ต้องการกระชับผิวใต้คาง: เหมาะกับคนที่มีเนื้อบริเวณเหนียงนิ่มๆ ไม่กระชับ ต้องการให้ผิวแลดูเฟิร์มขึ้น
2. ผู้ที่ต้องการเสริมความแข็งแรงให้ผิว: กระตุ้นโครงสร้างผิวในระยะยาวเพื่อให้ผิวใต้คางยืดหยุ่นและไม่หย่อนคล้อยง่าย
วิธีปฏิบัติตัวหลังทำโปรแกรมนี้
1. ประคบเย็นในช่วง (1-2 วันแรก) : เพื่อช่วยลดอาการบวมและรอยเข็มบริเวณที่รับบริการ
2. งดการนวดหน้าหรือรบกวนผิว ( 14 – 30 วัน ) : หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือทำทรีตเมนต์เลเซอร์ในบริเวณที่รับบริการ
3. งดการออกกำลังกายหนัก ( 14 วัน ) : เพื่อป้องกันการขยับเขยื้อนของเส้นไหมก่อนการยึดเกาะกับเนื้อเยื่อ
4. รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด: เพื่อช่วยลดการอักเสบและป้องกันการติดเชื้อ
5. แนะนำให้นอนหงายในช่วง ( 14 วันแรก) : หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำเพื่อป้องกันการกดทับ
6. กลับมาพบแพทย์ตามนัด ( 14 วันแรก): ติดตามผลและตรวจความเรียบร้อยของเส้นไหม
7. การล้างหน้าหรือทาครีมบำรุง: ควรทำอย่างเบามือและใช้การลูบขึ้นตามแนวเส้นไหมในช่วงเดือนแรก เพื่อส่งเสริมการยกกระชับ
